PPL จ่ายตังค์ สร้างยอด คุ้มไหม?

Pay Per Lead คือ อะไร

เลือกอ่านตามหัวข้อ

PPL ย่อมาจาก Pay Per Lead หรือการเสียเงินให้ตัวแทน เมื่อตัวแทน ทำให้คุณได้ Lead หรือข้อมูลจากผู้มีแนวโน้มเป็นลูกค้าในอนาคต

Pay Per Lead เป็น กลยุทธ์การตลาด ที่นิยมใช้กันเมื่อทำการตลาดผ่านตัวแทน (Affiliate Marketing) และโดยหลักการแล้ว จัดเป็นกลยุทธ์การตลาด ซึ่งคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายมากกว่ากลยุทธ์แบบอื่น ๆ

Pay Per Lead ดียังไง?

Pay Per Lead ช่วยเพิ่ม ROI หรือผลตอบแทนจากการลงทุนได้ และเนื่องจาก Pay Per Lead คิดค่าใช้จ่ายหลังได้ Lead แล้วเท่านั้น ดังนั้น Pay Per Lead จึงช่วยให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับผลลัพธ์ และเหมาะสมทั้งกับทุกบริษัท ไม่ว่าจะมีงบการตลาดมาก-น้อยเพียงใด

นอกจากนี้ Pay Per Lead ยังช่วยให้บริษัทหรือนักการตลาด วัดประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแคมเปญ เพื่อให้แคมเปญมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม

PPL มีข้อเสียอะไรบ้าง?

มีข้อดีแล้วต้องมีข้อเสีย โดยข้อเสียของ Pay Per Lead คือค่าใช้จ่ายที่สูง หากมี Lead เข้าไปยังเว็บไซต์หรือช่องทางที่เลือกไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อบริษัทเลือกใช้ PPL ในตลาดแข่งขันโดยสมบูรณ์ หรือตลาดซึ่งมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก และราคาสินค้าเป็นไปตามกฏอุปสงค์-อุปทาน

นอกจากนี้ Pay Per Lead อาจจำกัดความคิดสร้างสรรค์ของบริษัทในการทำการตลาด เพราะเมื่อตัดสินใจใช้กลยุทธ์การตลาดนี้ บริษัทต้องแน่ใจถึงความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายและ Lead ที่จะได้กลับมา อันส่งผลให้บริษัทไม่กล้าทำแคมเปญอย่างสร้างสรรค์ แปลกใหม่ หรือเสี่ยงได้ผลตอบแทนแย่กว่าที่คาดไว้

PPL ต่างกับ PPC หรือ PPA ยังไง?

นอกเหนือจาก PPL กลยุทธ์การตลาดซึ่งนักการตลาดนิยมใช้กัน และมีคำเรียกคล้ายกับ Pay Per Lead จนทำให้มือใหม่สับสน คือ PPC และ PPA อันมีรายละเอียดดังนี้

  • PPC ย่อมาจาก Pay Per Click หรือการคิดเงินโดยแพลตฟอร์มออนไลน์หลังโฆษณาถูกคลิก
  • PPA ย่อมาจาก Pay Per Action (บางครั้งเรียกว่า Pay Per Conversion) หมายถึงการคิดเงินโดยแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อผู้เห็นโฆษณากระทำการตามกำหนดไว้ เช่น กดดาวน์โหลด Subscribe ซื้อสินค้าหรือบริการ

เมื่อไรควรใช้ Pay Per Lead

เพราะ Pay Per Lead ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์ ดังนั้น นักการตลาดจึงควรใช้ Pay Per Lead ในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้น เช่น

  • เมื่อขายสินค้าราคาแพง เพราะสินค้าราคาแพงขายยากกว่าสินค้าทั่วไป ดังนั้น การใช้ Pay Per Lead เพื่อให้ได้ Lead ของผู้มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า แล้วให้เซลติดต่อกลับไป จึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้สินค้าราคาแพงขายออกได้ง่ายขึ้น
  • เมื่อต้องการใช้ทีมเซลอย่างเต็มประสิทธิภาพ การรวบรวม Lead ด้วย Pay Per Lead เพื่อให้เซลติดต่อกลับไปขายสินค้าหรือบริการ จัดเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพิ่มยอดขายผ่านทีมเซลซึ่งมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำในการใช้ Pay Per Lead

การตัดสินใจใช้กลยุทธ์การตลาด Pay Per Lead ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

  • เป้าหมายของแคมเปญ การมีเป้าหมายของแคมเปญการตลาดที่ชัดเจน จะช่วยให้คุณใช้ Pay Per Lead ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
  • กลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ การทราบว่ากลุ่มเป้าหมายของแคมเปญคือใคร อายุเท่าไร ชอบอะไร หรือมีพฤติกรรมอย่างไรนั้น จะช่วยให้การสื่อสารกับพวกเขาเฉียบคมยิ่งขึ้น และแน่นอนว่า เมื่อดำเนินการร่วมกับกลยุทธ์ Pay Per Lead จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายอยากซื้อสินค้าหรือบริการมากขึ้นด้วย
  • ตัวแทนที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ผลลัพธ์ของ Pay Per Lead เป็นไปตามต้องการ บริษัทควรเลือกตัวแทนซึ่งมีความสามารถพอที่จะดึง Lead ให้คุณในจำนวนที่มากและมีคุณภาพพอจะเป็นลูกค้าของคุณ
บทความอื่น ๆ